|
เนื้อหานี้ไม่มีหัวครุฑอาจจะทำให้อ่านเข้าใจง่าย สำหรับใครบางคนโดยเฉพาะผู้เขียนเอง
ต้องขอขอบคุณที่มา http://viriya.sru.ac.th
สำหรับท่านที่ต้องการฉบับหัวครุฑจากสำนักหอสมุดแห่งชาติดูได้ที่ พระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ ๒๕๕๐
เนื้อหา พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พลิกกม.สื่อมวลชน
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2550 ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยนายมีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธานการประชุม มีมติเป็นเอกฉันท์ 80 ต่อ 0 เสียง เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จดแจ้งการพิมพ์
ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่าง ประกอบด้วย
มาตรา 5 พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับกับสิ่งพิมพ์ ดังต่อไปนี้ คือ
(1) สิ่งพิมพ์ของส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ
(2) บัตร บัตรอวยพร ตราสาร แบบพิมพ์ และรายงานซึ่งใช้กันตามปกติในการส่วนตัว การสังคม การเมือง การค้า หรือสิ่งพิมพ์ที่มีอายุการใช้งานสั้น เช่น แผ่นพับ หรือแผ่นโฆษณา
(3) สมุดบันทึก สมุดแบบฝึกหัด หรือสมุดภาพระบายสี
(4) วิทยานิพนธ์ เอกสารคำบรรยาย หลักสูตรการเรียนการสอน หรือสิ่งพิมพ์อื่นทำนองเดียวกันที่เผยแพร่ในสถานศึกษา
หมวด 1 สิ่งพิมพ์
มาตรา 7 ผู้พิมพ์หรือผู้โฆษณาสิ่งพิมพ์ที่พิมพ์และเผยแพร่ในราชอาณาจักรต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ (2) มีถิ่นที่อยู่ประจำในราชอาณาจักร (3) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (4) ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือเป็นความผิดโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ในกรณีนิติบุคคลเป็นผู้พิมพ์หรือผู้โฆษณา กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้แทนอื่นของนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามวรรคหนึ่งด้วย
มาตรา 7/1 ในสิ่งพิมพ์ซึ่งเป็นหนังสือที่ไม่ใช่หนังสือพิมพ์และพิมพ์ขึ้นในราชอาณาจักรให้แสดงข้อความ ดังต่อไปนี้
(1) ชื่อของผู้พิมพ์และที่ตั้งโรงพิมพ์ (2) ชื่อและที่ตั้งของผู้โฆษณา (3) เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือที่หอสมุดแห่งชาติได้ออกให้เป็นข้อความตามวรรคหนึ่งให้พิมพ์ไว้ในลักษณะที่เห็นได้ชัด และบรรดาชื่อตาม (1) และ (2) มิให้ใช้ชื่อย่อ หรือนามแฝง
สิ่งพิมพ์ตามวรรคหนึ่งให้หมายความรวมถึงสิ่งพิมพ์ที่บันทึกด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขาย หรือให้เปล่าด้วย
มาตรา 7/2 ให้ผู้พิมพ์ส่งสิ่งพิมพ์ตามมาตรา 7/1 จำนวนสองฉบับให้หอสมุดแห่งชาติภายในสามสิบวันนับแต่วันเผยแพร่
มาตรา 7/3 ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจออกคำสั่งโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ห้ามสั่งเข้าหรือนำเข้าเพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักร ซึ่งสิ่งพิมพ์ใดๆ ที่เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือจะกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน โดยจะกำหนดเวลาห้ามไว้ในคำสั่งดังกล่าวด้วยก็ได้
การออกคำสั่งตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิให้นำข้อความที่มีลักษณะเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือจะกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนมาแสดงไว้ด้วย
สิ่งพิมพ์ที่เป็นการฝ่าฝืนวรรคหนึ่ง ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจริบและทำลาย
หมวด 2 หนังสือพิมพ์
มาตรา 9 หนังสือพิมพ์ซึ่งพิมพ์ขึ้นภายในราชอาณาจักรต้องจดแจ้งการพิมพ์ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้
ผู้ยื่นจดแจ้งการพิมพ์หนังสือพิมพ์ต้องยื่นแบบการจดแจ้งการพิมพ์และหลักฐานต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้ (1) ชื่อ สัญชาติ ถิ่นที่อยู่ของ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการหรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์แล้วแต่กรณี (2) ชื่อของหนังสือพิมพ์ (3) วัตถุประสงค์และระยะเวลาออกหนังสือพิมพ์ (4) ภาษาที่หนังสือพิมพ์จะออกใช้ (5) ชื่อและที่ตั้งโรงพิมพ์หรือสถานที่พิมพ์ (6) ชื่อและที่ตั้งสำนักงานของหนังสือพิมพ์
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแบบการจดแจ้งการพิมพ์และหลักฐานตามวรรคสองแล้ว ให้รับจดแจ้งและออกหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งให้แก่ผู้ยื่นจดแจ้งโดยไม่ชักช้า เว้นแต่ผู้ยื่นจดแจ้งยังดำเนินการไม่ถูกต้องหรือครบถ้วนตามมาตรา 9/2 มาตรา 9/3 มาตรา 9/4 หรือมาตรา 9/5 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แนะนำให้ ผู้ยื่นจดแจ้งดำเนินการให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกเรื่องในคราวเดียวกันภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแบบการจดแจ้งการพิมพ์และหลักฐานการจดแจ้ง เมื่อได้ดำเนินการถูกต้องและครบถ้วนให้รับจดแจ้งพร้อมออกหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งให้แก่ผู้แจ้งโดยพลัน
มาตรา 9/1 ในหนังสือพิมพ์ให้แสดงข้อความ ดังต่อไปนี้
(1) ชื่อของผู้พิมพ์และที่ตั้งโรงพิมพ์ (2) ชื่อและที่ตั้งของผู้โฆษณา (3) ชื่อของบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ (4) ชื่อและที่ตั้งของเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์
ข้อความตามวรรคหนึ่งให้พิมพ์ไว้ในลักษณะที่เห็นได้ชัด และบรรดาชื่อตามวรรคหนึ่งมิให้ใช้ชื่อย่อ หรือนามแฝง
มาตรา 9/2 ชื่อของหนังสือพิมพ์ต้องไม่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(1) ไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย พระปรมาภิไธยย่อ พระนามาภิไธยย่อ หรือนามพระราชวงศ์ (2) ไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับราชทินนาม เว้นแต่ราชทินนามของตน ของบุพการี หรือของผู้สืบสันดาน (3) ไม่ซ้ำกับชื่อหนังสือพิมพ์ที่ได้รับการจดแจ้งไว้แล้ว (4) ไม่มีคำหรือความหมายหยาบคาย
มาตรา 9/3 บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้
(1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ (2) มีสัญชาติไทย หรือสัญชาติแห่งประเทศซึ่งมีสนธิสัญญากับประเทศไทย (3) มีถิ่นที่อยู่ประจำในราชอาณาจักร (4) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนคนไร้ความสามารถ (5) ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือเป็นความผิดโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
ผู้ซึ่งไม่มีสัญชาติไทยผู้ใดประสงค์จะเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ต้องได้รับอนุญาตตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
มาตรา 9/4 เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ที่เป็นบุคคลธรรมดา ผู้พิมพ์ หรือผู้โฆษณา ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้
(1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ (2) มีสัญชาติไทย (3) มีถิ่นที่อยู่ประจำในราชอาณาจักร (4) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนคนไร้ความสามารถ (5) ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือเป็นความผิดโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
มาตรา 9/5 เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ที่เป็นนิติบุคคลต้องมีบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่า 70% ของหุ้นทั้งหมด และต้องมีกรรมการไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมดเป็นผู้มีสัญชาติไทย
ห้ามมิให้บุคคลใดถือหุ้นแทนบุคคลซึ่งมิได้มีสัญชาติไทยในนิติบุคคลที่เป็นเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ตามวรรคหนึ่ง
เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ที่เป็นนิติบุคคลมีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นหรือมีกรรมการเป็นผู้มีสัญชาติไทยน้อยกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เพิกถอนการจดแจ้ง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 11 ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ ผู้ใดเลิกเป็น ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบเพื่อยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลง ภายใน 30 วันนับแต่วันที่เลิก
หมวด 3 บทกำหนดโทษ
ส่วนที่ 1 โทษทางปกครองซึ่งผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1-3 หมื่นบาท และถ้าการกระทำผิดซึ่งมีโทษปรับทางปกครองเป็นความผิดต่อเนื่องและพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งลงโทษปรับ รายวันอีกวันละไม่เกิน 1-3 พันบาท
ส่วนที่ 2 โทษอาญา มีความผิดตั้งแต่จำคุกขั้นต่ำคือไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนโทษสูงสุดกำหนดให้จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5 แสน ถึง 5 ล้านบาท และให้ศาลสั่งให้เลิกการให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุน หรือสั่งให้เลิกการร่วมประกอบธุรกิจ หรือสั่งให้เลิกการถือหุ้น หรือการเป็นหุ้นส่วนแล้วแต่กรณี หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษปรับวันละ 5 หมื่นบาท ถึง 2.5 แสนบาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่
บทเฉพาะกาล
หนังสือพิมพ์หรือผู้ใดเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ซึ่งได้แจ้งความแก่เจ้าพนักงานการพิมพ์ ตามพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.2484 อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าหนังสือพิมพ์ดังกล่าวเป็นหนังสือพิมพ์ที่ได้จดแจ้งการพิมพ์ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้แล้ว
|